เสรีภาพทางวิชาการไม่ได้หล่นมาจากบนฟ้า แต่มาจากการเปล่งเสียงของพวกเรา

เสรีภาพทางวิชาการไม่ได้หล่นมาจากบนฟ้า แต่มาจากการเปล่งเสียงของพวกเรา

จริยธรรมการวิจัยในคนไม่ได้มีปัญหาแค่เพียงความยุ่งยากของกระบวนการเพียงเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของอำนาจนิยมของกลุ่มคนที่มีสิทธิ์กำหนด กะเกณฑ์ ตั้งกฏขึ้นมาโดยไม่สนใจเงื่อนไขที่ควรพิจารณา และนั่นคือสิ่งที่ทำทำให้เสรีภาพทางวิชาการสั่นคลอน และส่งผลไปถึงเสรีภาพทางชีวิตและการทำงานของแรงงานในมหาวิทยาลัยด้วย

บทวิพากษ์ว่าด้วยประชาธิปไตยปากว่าตาขยิบ และบริษัทที่ชื่อว่ามหาวิทยาลัย

บทวิพากษ์ว่าด้วยประชาธิปไตยปากว่าตาขยิบ และบริษัทที่ชื่อว่ามหาวิทยาลัย

สิ่งที่คณาจารย์ นักการเมืองและผู้บริหารมหาวิทยาลัยพึงกระทำก็คือ ต้องยืนยันในสิทธิ ดังกล่าวของนักศึกษาด้วยการออกมาปกป้องพวกเขา โอบอุ้มพวกเขา สนับสนุนพวกเขาและถึงที่สุดแล้วคือเข้าร่วมกับพวกเขา มิใช่การผลักไสและตัดช่องน้อยแต่พอตัว

นักศึกษาทั้งหลาย บัดนี้จงเชื่อฟังแต่น้อย และต่อต้านให้มาก!

นักศึกษาทั้งหลาย บัดนี้จงเชื่อฟังแต่น้อย และต่อต้านให้มาก!

ในห้วงวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ได้เกิดการต่อสู้ขึ้นในแทบทุกส่วนของสังคมไม่เว้นแม้แต่สถาบันที่เรียกว่ามหาวิทยาลัย เมื่อประจักษ์ต่อผลกระทบอันหนักหน่วงทางเศรษฐกิจที่เกิดแก่ผู้ปกครอง บรรดานักศึกษาจำนวนหนึ่งก็เริ่มรณรงค์เพื่อเรียกร้องมาตรการช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการลดค่าธรรมเนียมการศึกษา คืนค่าเทอม ทุนการศึกษา การผ่อนผัน ฯลฯ